This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคในการรับออกแบบตกแต่งภายใน



ในการรับออกแบบตกแต่งภายในหลัก ๆ แล้ว ห้องสวย ๆ สัก 1 ห้อง  มีวัสดุปิดผิว และ องค์ประกอบการตกแต่งฯ จากพื้นถึงเพดาน ประกอบด้วย
1.  พื้น นิยมใช้ พื้นไม้แบบต่างๆ , พื้นหินอ่อน/หินแกรนิต/หินเทียม, พื้นกระเบื้อง, พื้นEPOXY, พื้นปูนขัดมันเคลือบผิว,พรมแบบต่างๆ เป็นต้น
2. ผนัง นิยมใช้ ผนังตกแต่งด้วยงาน Built-In, วอลเปเปอร์ชนิดต่างๆ, กระเบื้อง, หิน, กระจก, รวมถึง การติดตั้ง บัว การทำสเกิ๊ต และ ซับวงกบต่างๆ
3. Space หรือ พื้นที่ว่างในห้อง หลังจากจัดแนวสัญจร และ จัดพื้นที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสต์ได้แล้ว ต้องมีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เก้าอี้ สตู (Stool) โซฟา แบบต่างๆ ตลอดรวมถึง การจัดเรียงของตกแต่ง อาทิ แจกัน กรอบรูป โคมไฟ ของที่ระลึก และ ของสะสมต่างๆ เป็นต้น
4. ฝ้า  การ Drop ฝ้า, การทำ Step, ทำหลุมฝ้าแบบต่างๆ รวมถึงการซ่อนไฟ และ การปิดตกแต่งด้วยวัสดุต่าง ๆ
5. งานระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟแสงสว่าง รวมถึงสายสัญญาณ ระบบท่อน้ำร้อน/เย็น และ การเลือกรูปแบบอุปกรณ์ สวิทต์/ปลั๊ก หัวก๊อก รูปแบบต่างๆ ให้เข้ากับ Theme ของห้อง
               หากเรานำวัสดุต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นนี้ มา เลือกใช้และผสมผสานให้สวยงาม และ ถูกต้อง  โดยคำนึงถึงหลักความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งานแล้ว ก็จะได้ห้องสวย ๆ ตามจินตนาการ

ขอบคุณข้อมูลจาก marzedesign.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com

การเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน


หากเราจะมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน สักแห่งในประเทศไทย คงไมใช่เรื่องยาก แต่กลับจะเป็นการยากกว่า หากจะมั่นใจได้ว่า บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ตัดสินใจเลือกดังกล่าว เป็นทีมงานที่ ทั้ง เก่ง และ ดี มีความเหมาะสมที่จะทำงานรับออกแบบตกแต่งภายในให้เราหรือไม่ ซึ่งจากหลายๆ ตัวแปรทางธุรกิจ บางครั้งหลายบริษัท ก็ใช้วิธีการต่างๆ ให้ได้งาน โดยส่วนใหญ่ ง่ายและเร็วที่สุด ก็ใช้วิธีมุ่งเน้นในด้านราคาเป็นสิ่งจูงใจ ทั้งที่ความจริงแล้วราคาไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่างานที่ลูกค้าได้รับ จะออกมามีคุณภาพดี ปลอดภัยและใช้งานได้ดีจริงหรือไม่
บทวิเคราะห์ และ ข้อควรระวัง สำหรับการเลือกบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน
1.  ไม่มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน ขาดการประสานงานที่เป็นระบบ :
ตอบคำถามลูกค้าไม่รู้เรื่อง โยนเรื่องไปคนโน้นที คนนี้ทีจับประเด็นการสนทนาไม่ถูก เนื่องด้วยขาดทั้งประสบการณ์การประสานงาน และ จินตนาการที่ถูกต้องในหน้างาน ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนในสายงานนี้มาโดยตรง ทำให้การสื่อสารผิดพลาดได้ง่าย  และ สร้างความเสียหายให้ตามมาได้อยู่เรื่อย ๆ
จุดสังเกต   คุยไม่รู้เรื่องตั้งแต่ตอนโทรไปสอบถามข้อมูล ถามอย่างนึงตอบอีกอย่างนึง ถามเรื่องโต๊ะตอบเรื่องตู้ คุยเรื่องสไตล์ กลับไปตอบเรื่องสเป็ค โอนโทรศัพท์กลับไปกลับมา เป็นต้น

2.  ในการรับออกแบบตกแต่งภายในขาดประสบการณ์ในหน้างาน  :  
บริษัทฯกลุ่มนี้บางครั้งนำเสนอการออกแบบได้ดี มี 3ที่ดูเหมือนจริง แต่ไม่มีความรู้และขาดทักษะในการผลิตจริง(เพราะถนัดนั่งออกแบบเฉย ๆ ไม่เคยไปหน้างาน) ขาดประสบการณ์ในและความเข้าใจในหน้างานและการประกอบงาน เมื่อออกแบบงานมาแล้ว จึงไม่สามารถประกอบงานได้ หรือ งานไม่สามารถใช้ได้สะดวกจริง
จุดสังเกต  เนื่องจากขาดประสบการณ์การเรียนรู้ในการประกอบงาน เมื่อสอบถามเรื่องเทคนิคหรือขั้นตอนการทำงาน หรือ ถามง่ายๆ เช่นเรื่อง เกี่ยวกับสเป็คของวัสดุที่ใช้ ความแตกต่างของพื้นผิวแต่ละชนิด จะอธิบายไม่ถูก หรือ เลี่ยงที่จะไม่อธิบาย แล้ว ไปเน้น การอธิบายในเรื่องของ Design กับการทำภาพ 3D ให้สวนเสมือนจริง ให้เห็นเพียงเท่านั้น

3.  ขาดมาตรฐานในการทำราคางาน ในการรับออกแบบตกแต่งภายใน:  ประเมินราคาแบบไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีมาตรฐานราคางาน
ที่ชัดเจน แบ่งออกเป็น 2 กรณี
3.1 )   ประเมินราคาให้ต่ำไว้ก่อน  
เพื่อให้ได้งาน แล้วไปหาวิธีทำให้ได้ทีหลัง ซึ่งบางครั้งก็ใช้วิธีกดราคาช่างรับเหมาช่วง ( เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่างหนีงาน , ไม่ใส่ใจงาน และ ทำงานไม่ได้ดีตามที่ลูกค้าคาดหวัง )  หรือ ใช้วิธีลดเกรด/ลดจำนวนวัสดุที่หน้างาน
3.2 )  ประเมินราคาสูงเกินราคาตลาด  
กลุ่มนี้มักสร้างภาพว่า ตนใช้ของเป็น Brand ทุกอย่าง ซึ่งลูกค้าบางท่านที่มีประสบการณ์น้อย และ ไม่มีเวลาตรวจสอบพอ ก็มองเรื่อง (ความพยายาม) สร้างความต่างด้วยความแพงนี้เป็น Value จริงๆ ซะด้วย ให้ลูกค้าคิดว่าของสวย และ วัสดุดีจริง ถ้าราคาจะแพงกว่าทั่วไปก็ไม่น่าจะแปลก ) แต่สิ่งที่แปลกคือ เมื่อยอมจ่ายไป และ ได้อยู่อาศัยจริง ลูกค้าจะพบเองว่า ที่ยอมจ่ายแพงกว่ามากไปนั้น งานที่ได้ ก็เป็นเพียงเกรดฝีมือปกติของช่างมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์การเลือกใช้วัสดุชนิดต่างๆ มีจรรยาบรรณที่ดี และ รู้จักเลือกใช้ของที่มีคุณภาพดีกว่าได้โดยที่ไม่ต้องอ้าง เพียงแค่ของ Brand เท่านั้นเอง

4.  ขาดการใส่ใจในงานออกแบบ : 
การออกแบบให้ฟรีบางครั้งก็มีนัยแฝงอยู่ สำหรับบางผู้ให้บริการฯ ( ไม่ว่าค่าออกแบบที่บอกว่าฟรีนั้นจะไปแฝงไว้กับตัวเลขตรงอื่นหรือไม่ก็ตาม ) เมื่อขึ้นชื่อว่าของฟรีแล้ว บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับแบบ ก็จะมีชั่วโมงการมานั่งวิเคราะห์ตอบโจทย์ และ คิดงานให้ลูกค้าเฉพาะเจาะจงแบบ รายบุคคลได้น้อย (หรือเรียกว่าทำการบ้านให้น้อย) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น การเลือกทำแต่สไตล์ที่ตัวเองถนัด แล้วใช้วิธี ชี้นำลูกค้า (ที่มีประสบการณ์น้อยเหมือนกัน) ให้คล้อยตามงาน (ที่คิดมาน้อย) ของตัว หรือ หากลูกค้าบางคนแข็งหน่อย ขอแก้ไขมากๆ ก็จะออกแบบให้แย่ลงเรื่อยๆ  เพื่อที่ลูกค้า (ที่บางทีก็รอเวลาจะให้ภาพที่วางไว้ในใจเป็นรูปเป็นร่าง ขึ้นมาจริงๆซักที) รอการแก้งานไม่ไหว ก็จะกลับมาเอาแบบแรก และ จะสรุปได้เร็วขึ้น ( อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของบริษัทที่ชั่วโมงบินน้อย ตีโจทย์ลูกค้าไม่เก่ง และ/หรือ ขาดจรรยาบรรณ )

5.  ทำ 3D ไม่ครบทุกมุม  :  
ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเดาภาพในบางมุมที่มีการตกแต่งอยู่ได้ อันจะนำมาซึ่งปัญหาความเข้าใจและจินตนาการที่ต่างกัน ตามมาภายหลัง เมื่อมีการสั่งผลิตจริง

6.  ไม่มีการรับประกันผลงาน  : 
ขนาดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาไม่กี่พันก็ยังต้องมีรับประกัน แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายราย ที่ไม่ยอมระบุในนิติกรรมสัญญาว่า ”จะรับผิดชอบผลงานของตนหากเกิดความผิดพลาด อันเนื่องจากการประกอบงาน”  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การรับประกันนี้ ควรจะมี อย่างน้อย ๆ  3 – 12 เดือน โดยหากเราสังเกตเห็น หรือ ถามถึง เค้าก็จะบอกเพียงว่า”อย่างไรก็ต้องตามไปซ่อมให้อยู่แล้ว” ซึ่ง คำว่า ”ซ่อมให้อยู่แล้ว” ไม่ได้มีผลทาง กฎหมาย หรือ ทางจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น เพราะ สำหรับบางที่เค้าก็มีความเชื่อว่า เมื่อตนทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เก่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องง้อลูกค้าเดิม ถึงอย่างไรก็มีลูกค้าใหม่ที่เห็นสื่อเดินเข้ามาหาอยู่เรื่อยๆ อยู่ดี ข้อนี้จึงต้องแนะนำให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะคนที่ไม่รับผิดชอบเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วงการฯแปดเปื้อนจากการทำธุรกิจแบบไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้ลูกค้าหลายท่านมีประสบการณ์ที่เลวร้าย และ กลายเป็นทัศนคติที่ไม่ดีกับสายวิชาชีพนี้  

7. ทำได้ดีแต่ไม่ครบทุกด้าน  :
7.1 ) สร้างภาพได้ดี   ทำ 3D ได้เหมือน และ อาจจะรู้จักการ Mix & Match วัสดุ แต่กลับไม่รู้เรื่องการผลิต ไม่เคยศึกษาปัญหาหน้างาน ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ด้านอื่นๆ ดีจริงอยู่ในบริษัท เมื่อออกแบบมาแล้ว ช่างที่มีเป็นช่างรับเหมาช่วงประกอบไม่ได้เหมือนกับตอน Design แบบ ทำเสร็จแล้ว ใช้งานได้ไม่สะดวกจริง จนทำให้งานยืดเยื้อจากการแก้ปัญหาหน้างาน และ งบฯของลูกค้าก็อาจบานปลายจากการแก้ไขนั้น โดยเค้าจะอ้างว่า เค้าได้ออกแบบมาแล้ว แต่ลูกค้าเป็นผู้จะขอเปลี่ยนแปลงภายหลังเอง (แม้เปลี่ยนนิดหน่อย) ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นงานเพิ่มเติม (นี่เป็นอีกหนึ่งสูตรสำเร็จของบริษัท ฯ ที่ฝีมือไม่ถึง ประสบการณ์น้อย และ ไม่มีจรรยาบรรณ )
7.2 ) เขียนแบบพอจะได้ หน้างานพอจะดี  อันนี้เป็นแบบลูกผสม แต่ทุกอย่างอยู่แค่ “พอ
จะดี” แต่ทว่า “ยังไม่ได้ดี” โดยคนกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในผลพวงจากการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันนี้ ใครบางคนเขียนภาพ 3 มิติบ้าง พอจะทำ Present เป็น ก็สร้างความเข้าใจให้ลูกค้าคิดว่าเป็น “นักออกแบบ” ทั้งๆในความเป็นจริง ใครที่เรียนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มา อย่างไรก็ย่อมสามารถ วาดแบบได้ แต่การ “ออกแบบ” ที่แท้จริงนั้น จำเป็นต้องมีมากกว่านั้น ทั้งด้านความรู้เฉพาะ, ประสบการณ์ในการทำโจทย์ รวมไปถึง การฝึกฝนและพัฒนา หามุมมองใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
7.3 )  ประกอบงานได้ดี แต่ขาดทักษะการจินตนาการในคิดเรื่อง Style การเลือกวัสดุ
และ การจัดวาง แนะนำลูกค้าไม่ค่อยได้ ทำการนำเสนอผลงานไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าลูกค้าบอกให้ทำอะไรก็พอจะทำได้  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ “บริษัทรับเหมาฯ” หรือ “ช่างรับเหมา” มากกว่าการเป็น “บริษัทรับออกแบบ” และนั่นย่อมไม่ใช่การออกแบบ ที่แท้จริง
          ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสรุปในข้อควรตระหนัก สำหรับเลือกบริษัทออกแบบ ตกแต่งภายใน ที่ดีและพร้อมจริงในทุกๆ ด้าน และ มีจรรยาบรรณทางธุรกิจ แต่เหนือกว่านั้น ตัวลูกค้าเอง ย่อมต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปกลั่นกรอง และ ผู้วิเคราะห์เลือกบริษัทตกแต่งภายใน ที่มีมาตรฐาน ในระดับที่เหมาะสมกับงานที่ท่านต้องการด้วยตัวท่านเอง จากองค์ประกอบจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ดังที่กล่าวไป
ขอบคุณข้อมูลจาก marzedesign.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com/

มัณฑนากร,นักออกแบบตกแต่งภายใน


นิยามอาชีพ
ผสมผสานความคิด และความรู้ทางด้านการออกแบบ การผลิต การตลาด และศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม : การรับออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น พื้นที่ภายในอาคาร ที่อยู่อาศัย อาคารสาธารณะ พื้นที่ภายในยานยนต์ประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องบิน รถโดยสาร เรือ หรือพื้นที่แสดงสินค้า / จัดนิทรรศการอื่น ๆ รวมถึงการจัดตู้หรือกระจกแสดงสินค้าของร้านค้า ห้างสรรพสินค้าขนาดต่าง ๆ โดยสามารถจัดวางผังเขียนแบบ รวมถึงกำหนดรายละเอียดส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อการก่อสร้างที่สมบูรณ์ และควบคุมดูแลช่างตกแต่งภายในให้ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง

ลักษณะของงานรับออกแบบตกแต่งภายในที่ทำ
มัณฑนากรเป็นผู้รับออกแบบตกแต่งภายในสถานที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงาน ต้องทำงานตามขั้นตอน และกำหนดเวลาชิ้นผลงานต่างๆ ร่วมกับ ผู้ว่าจ้าง
1. บันทึกรายละเอียด ความต้องการของลูกค้า เพื่อออกแบบให้สร้างสรรค์เป็นที่สะดุดตา ประทับใจ และได้รสนิยมตรงตามความต้องการของลูกค้า
2. ศึกษาโครงสร้างของงานดำเนินการออกแบบตกแต่ง คำนวณแบบ ประมาณราคา เลือกวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ เหมาะสม ให้ประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ตรงตามเป้าหมายและประโยชน์ใช้สอย
3. ส่งแบบที่วาดและเสนองบประมาณให้ลูกค้าพิจารณา
4. เมื่อผ่านการแก้ไขดัดแปลงแบบให้สมบูรณ์แล้วจึงส่งแบบให้กับ ช่างต่างๆ เช่น ช่างไม้ หรือช่างเชื่อมเหล็กให้ทำงานตามโครงสร้างที่ออกแบบไว้
5. ปฏิบัติงาน และประสานงานกับระบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ช่างเพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา

สภาพการจ้างงาน
มัณฑนากรผู้รับออกแบบตกแต่งภายในที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ถ้าทำงานกับภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนขั้นต้นอยู่ระหว่าง 15,000 - 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการฝึกงานขณะที่กำลังศึกษาอยู่ และได้รับสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัส

สภาพการทำงาน
การปฏิบัติงานการออกแบบ ส่วนมากต้องทำงานทั้งในและนอกสำนักงาน เช่นในอาคาร ในสถานที่กำลังตกแต่ง อาจต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาตกแต่งภายใน
2. มีความคิดสร้างสรรค์ ผลิตผลงานที่ไม่เหมือนใคร เป็นคนมีความละเอียดรอบคอบ
3. มีความสามารถในการรู้จักประยุกต์ใช้วัสดุที่มีในประเทศ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
4. มีทักษะในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการช่วยวาดรูปหรือออกแบบ
5. มีระเบียบวินัย เข้าใจถึงการบริการทางธุรกิจ
6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ให้ความร่วมมือกับทีมงานดี และมีความสามารถในการประสานงาน
7. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และปรับปรุงความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา
8. รู้แหล่งข้อมูลเพื่อซื้อหาวัตถุดิบ
9. การรับออกแบบตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนให้ถูกหลักและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อความปลอดภัย ประหยัดเหมาะสมกับภาวะสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้คือ : เมื่อสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า(สายวิทย์) สอบคัดเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่จัดสอนคณะหรือภาควิชาสถาปัตยกรรม ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัย อาจไม่เหมือนกัน

โอกาสในการมีงานทำในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้อุตสาหกรรม วงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบมากในการจัดหาเงิน มาดำเนินการลงทุนทางด้านก่อสร้าง ทำให้อาชีพนี้สะดุดไประยะหนึ่ง แต่ผู้ประกอบอาชีพนี้พยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส คือ ใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์เปลี่ยนไปออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ของเล่นอุปกรณ์การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
ในภาครัฐบาลผู้ที่ปฏิบัติในหน้าที่นี้จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขั้นตามความสามารถ ถ้าพยายามปรับพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงาน ตำแหน่งอาจเลื่อนถึง ผู้อำนวยการของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ หรือประกอบอาชีพส่วนตัวในการออกแบบทำสินค้าพรีเมี่ยม สินค้าที่ระลึก

อาชีพที่เกี่ยวเนื่องในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ นักออกแบบกราฟฟิค ครู – อาจารย์ ในคณะสถาปัตยกรรมของสถาบันการศึกษาต่างๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก blog.eduzones.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com