This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคในการรับออกแบบตกแต่งภายใน



ในการรับออกแบบตกแต่งภายในหลัก ๆ แล้ว ห้องสวย ๆ สัก 1 ห้อง  มีวัสดุปิดผิว และ องค์ประกอบการตกแต่งฯ จากพื้นถึงเพดาน ประกอบด้วย
1.  พื้น นิยมใช้ พื้นไม้แบบต่างๆ , พื้นหินอ่อน/หินแกรนิต/หินเทียม, พื้นกระเบื้อง, พื้นEPOXY, พื้นปูนขัดมันเคลือบผิว,พรมแบบต่างๆ เป็นต้น
2. ผนัง นิยมใช้ ผนังตกแต่งด้วยงาน Built-In, วอลเปเปอร์ชนิดต่างๆ, กระเบื้อง, หิน, กระจก, รวมถึง การติดตั้ง บัว การทำสเกิ๊ต และ ซับวงกบต่างๆ
3. Space หรือ พื้นที่ว่างในห้อง หลังจากจัดแนวสัญจร และ จัดพื้นที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสต์ได้แล้ว ต้องมีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เก้าอี้ สตู (Stool) โซฟา แบบต่างๆ ตลอดรวมถึง การจัดเรียงของตกแต่ง อาทิ แจกัน กรอบรูป โคมไฟ ของที่ระลึก และ ของสะสมต่างๆ เป็นต้น
4. ฝ้า  การ Drop ฝ้า, การทำ Step, ทำหลุมฝ้าแบบต่างๆ รวมถึงการซ่อนไฟ และ การปิดตกแต่งด้วยวัสดุต่าง ๆ
5. งานระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟแสงสว่าง รวมถึงสายสัญญาณ ระบบท่อน้ำร้อน/เย็น และ การเลือกรูปแบบอุปกรณ์ สวิทต์/ปลั๊ก หัวก๊อก รูปแบบต่างๆ ให้เข้ากับ Theme ของห้อง
               หากเรานำวัสดุต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นนี้ มา เลือกใช้และผสมผสานให้สวยงาม และ ถูกต้อง  โดยคำนึงถึงหลักความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งานแล้ว ก็จะได้ห้องสวย ๆ ตามจินตนาการ

ขอบคุณข้อมูลจาก marzedesign.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com

การเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน


หากเราจะมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน สักแห่งในประเทศไทย คงไมใช่เรื่องยาก แต่กลับจะเป็นการยากกว่า หากจะมั่นใจได้ว่า บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ตัดสินใจเลือกดังกล่าว เป็นทีมงานที่ ทั้ง เก่ง และ ดี มีความเหมาะสมที่จะทำงานรับออกแบบตกแต่งภายในให้เราหรือไม่ ซึ่งจากหลายๆ ตัวแปรทางธุรกิจ บางครั้งหลายบริษัท ก็ใช้วิธีการต่างๆ ให้ได้งาน โดยส่วนใหญ่ ง่ายและเร็วที่สุด ก็ใช้วิธีมุ่งเน้นในด้านราคาเป็นสิ่งจูงใจ ทั้งที่ความจริงแล้วราคาไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่างานที่ลูกค้าได้รับ จะออกมามีคุณภาพดี ปลอดภัยและใช้งานได้ดีจริงหรือไม่
บทวิเคราะห์ และ ข้อควรระวัง สำหรับการเลือกบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน
1.  ไม่มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน ขาดการประสานงานที่เป็นระบบ :
ตอบคำถามลูกค้าไม่รู้เรื่อง โยนเรื่องไปคนโน้นที คนนี้ทีจับประเด็นการสนทนาไม่ถูก เนื่องด้วยขาดทั้งประสบการณ์การประสานงาน และ จินตนาการที่ถูกต้องในหน้างาน ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนในสายงานนี้มาโดยตรง ทำให้การสื่อสารผิดพลาดได้ง่าย  และ สร้างความเสียหายให้ตามมาได้อยู่เรื่อย ๆ
จุดสังเกต   คุยไม่รู้เรื่องตั้งแต่ตอนโทรไปสอบถามข้อมูล ถามอย่างนึงตอบอีกอย่างนึง ถามเรื่องโต๊ะตอบเรื่องตู้ คุยเรื่องสไตล์ กลับไปตอบเรื่องสเป็ค โอนโทรศัพท์กลับไปกลับมา เป็นต้น

2.  ในการรับออกแบบตกแต่งภายในขาดประสบการณ์ในหน้างาน  :  
บริษัทฯกลุ่มนี้บางครั้งนำเสนอการออกแบบได้ดี มี 3ที่ดูเหมือนจริง แต่ไม่มีความรู้และขาดทักษะในการผลิตจริง(เพราะถนัดนั่งออกแบบเฉย ๆ ไม่เคยไปหน้างาน) ขาดประสบการณ์ในและความเข้าใจในหน้างานและการประกอบงาน เมื่อออกแบบงานมาแล้ว จึงไม่สามารถประกอบงานได้ หรือ งานไม่สามารถใช้ได้สะดวกจริง
จุดสังเกต  เนื่องจากขาดประสบการณ์การเรียนรู้ในการประกอบงาน เมื่อสอบถามเรื่องเทคนิคหรือขั้นตอนการทำงาน หรือ ถามง่ายๆ เช่นเรื่อง เกี่ยวกับสเป็คของวัสดุที่ใช้ ความแตกต่างของพื้นผิวแต่ละชนิด จะอธิบายไม่ถูก หรือ เลี่ยงที่จะไม่อธิบาย แล้ว ไปเน้น การอธิบายในเรื่องของ Design กับการทำภาพ 3D ให้สวนเสมือนจริง ให้เห็นเพียงเท่านั้น

3.  ขาดมาตรฐานในการทำราคางาน ในการรับออกแบบตกแต่งภายใน:  ประเมินราคาแบบไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีมาตรฐานราคางาน
ที่ชัดเจน แบ่งออกเป็น 2 กรณี
3.1 )   ประเมินราคาให้ต่ำไว้ก่อน  
เพื่อให้ได้งาน แล้วไปหาวิธีทำให้ได้ทีหลัง ซึ่งบางครั้งก็ใช้วิธีกดราคาช่างรับเหมาช่วง ( เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่างหนีงาน , ไม่ใส่ใจงาน และ ทำงานไม่ได้ดีตามที่ลูกค้าคาดหวัง )  หรือ ใช้วิธีลดเกรด/ลดจำนวนวัสดุที่หน้างาน
3.2 )  ประเมินราคาสูงเกินราคาตลาด  
กลุ่มนี้มักสร้างภาพว่า ตนใช้ของเป็น Brand ทุกอย่าง ซึ่งลูกค้าบางท่านที่มีประสบการณ์น้อย และ ไม่มีเวลาตรวจสอบพอ ก็มองเรื่อง (ความพยายาม) สร้างความต่างด้วยความแพงนี้เป็น Value จริงๆ ซะด้วย ให้ลูกค้าคิดว่าของสวย และ วัสดุดีจริง ถ้าราคาจะแพงกว่าทั่วไปก็ไม่น่าจะแปลก ) แต่สิ่งที่แปลกคือ เมื่อยอมจ่ายไป และ ได้อยู่อาศัยจริง ลูกค้าจะพบเองว่า ที่ยอมจ่ายแพงกว่ามากไปนั้น งานที่ได้ ก็เป็นเพียงเกรดฝีมือปกติของช่างมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์การเลือกใช้วัสดุชนิดต่างๆ มีจรรยาบรรณที่ดี และ รู้จักเลือกใช้ของที่มีคุณภาพดีกว่าได้โดยที่ไม่ต้องอ้าง เพียงแค่ของ Brand เท่านั้นเอง

4.  ขาดการใส่ใจในงานออกแบบ : 
การออกแบบให้ฟรีบางครั้งก็มีนัยแฝงอยู่ สำหรับบางผู้ให้บริการฯ ( ไม่ว่าค่าออกแบบที่บอกว่าฟรีนั้นจะไปแฝงไว้กับตัวเลขตรงอื่นหรือไม่ก็ตาม ) เมื่อขึ้นชื่อว่าของฟรีแล้ว บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับแบบ ก็จะมีชั่วโมงการมานั่งวิเคราะห์ตอบโจทย์ และ คิดงานให้ลูกค้าเฉพาะเจาะจงแบบ รายบุคคลได้น้อย (หรือเรียกว่าทำการบ้านให้น้อย) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น การเลือกทำแต่สไตล์ที่ตัวเองถนัด แล้วใช้วิธี ชี้นำลูกค้า (ที่มีประสบการณ์น้อยเหมือนกัน) ให้คล้อยตามงาน (ที่คิดมาน้อย) ของตัว หรือ หากลูกค้าบางคนแข็งหน่อย ขอแก้ไขมากๆ ก็จะออกแบบให้แย่ลงเรื่อยๆ  เพื่อที่ลูกค้า (ที่บางทีก็รอเวลาจะให้ภาพที่วางไว้ในใจเป็นรูปเป็นร่าง ขึ้นมาจริงๆซักที) รอการแก้งานไม่ไหว ก็จะกลับมาเอาแบบแรก และ จะสรุปได้เร็วขึ้น ( อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของบริษัทที่ชั่วโมงบินน้อย ตีโจทย์ลูกค้าไม่เก่ง และ/หรือ ขาดจรรยาบรรณ )

5.  ทำ 3D ไม่ครบทุกมุม  :  
ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเดาภาพในบางมุมที่มีการตกแต่งอยู่ได้ อันจะนำมาซึ่งปัญหาความเข้าใจและจินตนาการที่ต่างกัน ตามมาภายหลัง เมื่อมีการสั่งผลิตจริง

6.  ไม่มีการรับประกันผลงาน  : 
ขนาดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาไม่กี่พันก็ยังต้องมีรับประกัน แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายราย ที่ไม่ยอมระบุในนิติกรรมสัญญาว่า ”จะรับผิดชอบผลงานของตนหากเกิดความผิดพลาด อันเนื่องจากการประกอบงาน”  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การรับประกันนี้ ควรจะมี อย่างน้อย ๆ  3 – 12 เดือน โดยหากเราสังเกตเห็น หรือ ถามถึง เค้าก็จะบอกเพียงว่า”อย่างไรก็ต้องตามไปซ่อมให้อยู่แล้ว” ซึ่ง คำว่า ”ซ่อมให้อยู่แล้ว” ไม่ได้มีผลทาง กฎหมาย หรือ ทางจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น เพราะ สำหรับบางที่เค้าก็มีความเชื่อว่า เมื่อตนทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เก่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องง้อลูกค้าเดิม ถึงอย่างไรก็มีลูกค้าใหม่ที่เห็นสื่อเดินเข้ามาหาอยู่เรื่อยๆ อยู่ดี ข้อนี้จึงต้องแนะนำให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะคนที่ไม่รับผิดชอบเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วงการฯแปดเปื้อนจากการทำธุรกิจแบบไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้ลูกค้าหลายท่านมีประสบการณ์ที่เลวร้าย และ กลายเป็นทัศนคติที่ไม่ดีกับสายวิชาชีพนี้  

7. ทำได้ดีแต่ไม่ครบทุกด้าน  :
7.1 ) สร้างภาพได้ดี   ทำ 3D ได้เหมือน และ อาจจะรู้จักการ Mix & Match วัสดุ แต่กลับไม่รู้เรื่องการผลิต ไม่เคยศึกษาปัญหาหน้างาน ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ด้านอื่นๆ ดีจริงอยู่ในบริษัท เมื่อออกแบบมาแล้ว ช่างที่มีเป็นช่างรับเหมาช่วงประกอบไม่ได้เหมือนกับตอน Design แบบ ทำเสร็จแล้ว ใช้งานได้ไม่สะดวกจริง จนทำให้งานยืดเยื้อจากการแก้ปัญหาหน้างาน และ งบฯของลูกค้าก็อาจบานปลายจากการแก้ไขนั้น โดยเค้าจะอ้างว่า เค้าได้ออกแบบมาแล้ว แต่ลูกค้าเป็นผู้จะขอเปลี่ยนแปลงภายหลังเอง (แม้เปลี่ยนนิดหน่อย) ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นงานเพิ่มเติม (นี่เป็นอีกหนึ่งสูตรสำเร็จของบริษัท ฯ ที่ฝีมือไม่ถึง ประสบการณ์น้อย และ ไม่มีจรรยาบรรณ )
7.2 ) เขียนแบบพอจะได้ หน้างานพอจะดี  อันนี้เป็นแบบลูกผสม แต่ทุกอย่างอยู่แค่ “พอ
จะดี” แต่ทว่า “ยังไม่ได้ดี” โดยคนกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในผลพวงจากการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันนี้ ใครบางคนเขียนภาพ 3 มิติบ้าง พอจะทำ Present เป็น ก็สร้างความเข้าใจให้ลูกค้าคิดว่าเป็น “นักออกแบบ” ทั้งๆในความเป็นจริง ใครที่เรียนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มา อย่างไรก็ย่อมสามารถ วาดแบบได้ แต่การ “ออกแบบ” ที่แท้จริงนั้น จำเป็นต้องมีมากกว่านั้น ทั้งด้านความรู้เฉพาะ, ประสบการณ์ในการทำโจทย์ รวมไปถึง การฝึกฝนและพัฒนา หามุมมองใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
7.3 )  ประกอบงานได้ดี แต่ขาดทักษะการจินตนาการในคิดเรื่อง Style การเลือกวัสดุ
และ การจัดวาง แนะนำลูกค้าไม่ค่อยได้ ทำการนำเสนอผลงานไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าลูกค้าบอกให้ทำอะไรก็พอจะทำได้  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ “บริษัทรับเหมาฯ” หรือ “ช่างรับเหมา” มากกว่าการเป็น “บริษัทรับออกแบบ” และนั่นย่อมไม่ใช่การออกแบบ ที่แท้จริง
          ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสรุปในข้อควรตระหนัก สำหรับเลือกบริษัทออกแบบ ตกแต่งภายใน ที่ดีและพร้อมจริงในทุกๆ ด้าน และ มีจรรยาบรรณทางธุรกิจ แต่เหนือกว่านั้น ตัวลูกค้าเอง ย่อมต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปกลั่นกรอง และ ผู้วิเคราะห์เลือกบริษัทตกแต่งภายใน ที่มีมาตรฐาน ในระดับที่เหมาะสมกับงานที่ท่านต้องการด้วยตัวท่านเอง จากองค์ประกอบจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ดังที่กล่าวไป
ขอบคุณข้อมูลจาก marzedesign.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com/

มัณฑนากร,นักออกแบบตกแต่งภายใน


นิยามอาชีพ
ผสมผสานความคิด และความรู้ทางด้านการออกแบบ การผลิต การตลาด และศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม : การรับออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น พื้นที่ภายในอาคาร ที่อยู่อาศัย อาคารสาธารณะ พื้นที่ภายในยานยนต์ประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องบิน รถโดยสาร เรือ หรือพื้นที่แสดงสินค้า / จัดนิทรรศการอื่น ๆ รวมถึงการจัดตู้หรือกระจกแสดงสินค้าของร้านค้า ห้างสรรพสินค้าขนาดต่าง ๆ โดยสามารถจัดวางผังเขียนแบบ รวมถึงกำหนดรายละเอียดส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อการก่อสร้างที่สมบูรณ์ และควบคุมดูแลช่างตกแต่งภายในให้ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง

ลักษณะของงานรับออกแบบตกแต่งภายในที่ทำ
มัณฑนากรเป็นผู้รับออกแบบตกแต่งภายในสถานที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงาน ต้องทำงานตามขั้นตอน และกำหนดเวลาชิ้นผลงานต่างๆ ร่วมกับ ผู้ว่าจ้าง
1. บันทึกรายละเอียด ความต้องการของลูกค้า เพื่อออกแบบให้สร้างสรรค์เป็นที่สะดุดตา ประทับใจ และได้รสนิยมตรงตามความต้องการของลูกค้า
2. ศึกษาโครงสร้างของงานดำเนินการออกแบบตกแต่ง คำนวณแบบ ประมาณราคา เลือกวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ เหมาะสม ให้ประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า ตรงตามเป้าหมายและประโยชน์ใช้สอย
3. ส่งแบบที่วาดและเสนองบประมาณให้ลูกค้าพิจารณา
4. เมื่อผ่านการแก้ไขดัดแปลงแบบให้สมบูรณ์แล้วจึงส่งแบบให้กับ ช่างต่างๆ เช่น ช่างไม้ หรือช่างเชื่อมเหล็กให้ทำงานตามโครงสร้างที่ออกแบบไว้
5. ปฏิบัติงาน และประสานงานกับระบบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ช่างเพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา

สภาพการจ้างงาน
มัณฑนากรผู้รับออกแบบตกแต่งภายในที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ถ้าทำงานกับภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนขั้นต้นอยู่ระหว่าง 15,000 - 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการฝึกงานขณะที่กำลังศึกษาอยู่ และได้รับสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัส

สภาพการทำงาน
การปฏิบัติงานการออกแบบ ส่วนมากต้องทำงานทั้งในและนอกสำนักงาน เช่นในอาคาร ในสถานที่กำลังตกแต่ง อาจต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาตกแต่งภายใน
2. มีความคิดสร้างสรรค์ ผลิตผลงานที่ไม่เหมือนใคร เป็นคนมีความละเอียดรอบคอบ
3. มีความสามารถในการรู้จักประยุกต์ใช้วัสดุที่มีในประเทศ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
4. มีทักษะในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการช่วยวาดรูปหรือออกแบบ
5. มีระเบียบวินัย เข้าใจถึงการบริการทางธุรกิจ
6. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ให้ความร่วมมือกับทีมงานดี และมีความสามารถในการประสานงาน
7. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และปรับปรุงความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา
8. รู้แหล่งข้อมูลเพื่อซื้อหาวัตถุดิบ
9. การรับออกแบบตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนให้ถูกหลักและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อความปลอดภัย ประหยัดเหมาะสมกับภาวะสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้คือ : เมื่อสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า(สายวิทย์) สอบคัดเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่จัดสอนคณะหรือภาควิชาสถาปัตยกรรม ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัย อาจไม่เหมือนกัน

โอกาสในการมีงานทำในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้อุตสาหกรรม วงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบมากในการจัดหาเงิน มาดำเนินการลงทุนทางด้านก่อสร้าง ทำให้อาชีพนี้สะดุดไประยะหนึ่ง แต่ผู้ประกอบอาชีพนี้พยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส คือ ใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์เปลี่ยนไปออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ของเล่นอุปกรณ์การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
ในภาครัฐบาลผู้ที่ปฏิบัติในหน้าที่นี้จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขั้นตามความสามารถ ถ้าพยายามปรับพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงาน ตำแหน่งอาจเลื่อนถึง ผู้อำนวยการของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ หรือประกอบอาชีพส่วนตัวในการออกแบบทำสินค้าพรีเมี่ยม สินค้าที่ระลึก

อาชีพที่เกี่ยวเนื่องในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ นักออกแบบกราฟฟิค ครู – อาจารย์ ในคณะสถาปัตยกรรมของสถาบันการศึกษาต่างๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก blog.eduzones.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเลือกบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน

                 

              หากเราจะมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในสักแห่งในประเทศไทย คงไมใช่เรื่องยาก แต่กลับจะเป็นการยากกว่า หากจะมั่นใจได้ว่า บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ตัดสินใจเลือกดังกล่าว เป็นทีมงานที่ ทั้ง เก่ง และ ดี มีความเหมาะสมที่จะทำงานตกแต่งภายในให้เราหรือไม่ ซึ่งจากหลายๆ ตัวแปรทางธุรกิจ บางครั้งหลายบริษัท ก็ใช้วิธีการต่างๆ ให้ได้งาน โดยส่วนใหญ่ ง่ายและเร็วที่สุด ก็ใช้วิธีมุ่งเน้นในด้านราคาเป็นสิ่งจูงใจ ทั้งที่ความจริงแล้วราคาไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่างานที่ลูกค้าได้รับ จะออกมามีคุณภาพดี ปลอดภัยและใช้งานได้ดีจริงหรือไม่
                 
บทวิเคราะห์ และ ข้อควรระวัง สำหรับการเลือกบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน
1.  ไม่มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน ขาดการประสานงานที่เป็นระบบ :
ตอบคำถามลูกค้าไม่รู้เรื่อง โยนเรื่องไปคนโน้นที คนนี้ทีจับประเด็นการสนทนาไม่ถูก เนื่องด้วยขาดทั้งประสบการณ์การประสานงาน และ จินตนาการที่ถูกต้องในหน้างาน ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนในสายงานนี้มาโดยตรง ทำให้การสื่อสารผิดพลาดได้ง่าย  และ สร้างความเสียหายให้ตามมาได้อยู่เรื่อย ๆ
จุดสังเกต :   คุยไม่รู้เรื่องตั้งแต่ตอนโทรไปสอบถามข้อมูล ถามอย่างนึงตอบอีกอย่างนึง ถามเรื่องโต๊ะตอบเรื่องตู้ คุยเรื่องสไตล์ กลับไปตอบเรื่องสเป็ค โอนโทรศัพท์กลับไปกลับมา เป็นต้น

2.  ขาดประสบการณ์ในหน้างาน  :  
บริษัทฯกลุ่มนี้บางครั้งนำเสนอการออกแบบได้ดี มี 3ที่ดูเหมือนจริง แต่ไม่มีความรู้และขาดทักษะในการผลิตจริง(เพราะถนัดนั่งออกแบบเฉย ๆ ไม่เคยไปหน้างาน) ขาดประสบการณ์ในและความเข้าใจในหน้างานและการประกอบงาน เมื่อออกแบบงานมาแล้ว จึงไม่สามารถประกอบงานได้ หรือ งานไม่สามารถใช้ได้สะดวกจริง
จุดสังเกต :  เนื่องจากขาดประสบการณ์การเรียนรู้ในการประกอบงาน เมื่อสอบถามเรื่องเทคนิคหรือขั้นตอนการทำงาน หรือ ถามง่ายๆ เช่นเรื่อง เกี่ยวกับสเป็คของวัสดุที่ใช้ ความแตกต่างของพื้นผิวแต่ละชนิด จะอธิบายไม่ถูก หรือ เลี่ยงที่จะไม่อธิบาย แล้ว ไปเน้น การอธิบายในเรื่องของ Design กับการทำภาพ 3D ให้สวนเสมือนจริง ให้เห็นเพียงเท่านั้น

3.  ขาดมาตรฐานในการทำราคางาน :  ประเมินราคาแบบไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีมาตรฐานราคางาน
ที่ชัดเจน แบ่งออกเป็น 2 กรณี
3.1 )   ประเมินราคาให้ต่ำไว้ก่อน  
เพื่อให้ได้งาน แล้วไปหาวิธีทำให้ได้ทีหลัง ซึ่งบางครั้งก็ใช้วิธีกดราคาช่างรับเหมาช่วง ( เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่างหนีงาน , ไม่ใส่ใจงาน และ ทำงานไม่ได้ดีตามที่ลูกค้าคาดหวัง )  หรือ ใช้วิธีลดเกรด/ลดจำนวนวัสดุที่หน้างาน
3.2 )  ประเมินราคาสูงเกินราคาตลาด  
กลุ่มนี้มักสร้างภาพว่า ตนใช้ของเป็น Brand ทุกอย่าง ซึ่งลูกค้าบางท่านที่มีประสบการณ์น้อย และ ไม่มีเวลาตรวจสอบพอ ก็มองเรื่อง (ความพยายาม) สร้างความต่างด้วยความแพงนี้เป็น Value จริงๆ ซะด้วย ( ให้ลูกค้าคิดว่าของสวย และ วัสดุดีจริง ถ้าราคาจะแพงกว่าทั่วไปก็ไม่น่าจะแปลก ) แต่สิ่งที่แปลกคือ เมื่อยอมจ่ายไป และ ได้อยู่อาศัยจริง ลูกค้าจะพบเองว่า ที่ยอมจ่ายแพงกว่ามากไปนั้น งานที่ได้ ก็เป็นเพียงเกรดฝีมือปกติของช่างมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์การเลือกใช้วัสดุชนิดต่างๆ มีจรรยาบรรณที่ดี และ รู้จักเลือกใช้ของที่มีคุณภาพดีกว่าได้โดยที่ไม่ต้องอ้าง เพียงแค่ของ Brand เท่านั้นเอง

4.  ขาดการใส่ใจในงานออกแบบ : 
การออกแบบให้ฟรีบางครั้งก็มีนัยแฝงอยู่ สำหรับบางผู้ให้บริการฯ ( ไม่ว่าค่าออกแบบที่บอกว่าฟรีนั้นจะไปแฝงไว้กับตัวเลขตรงอื่นหรือไม่ก็ตาม ) เมื่อขึ้นชื่อว่าของฟรีแล้ว บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับแบบ ก็จะมีชั่วโมงการมานั่งวิเคราะห์ตอบโจทย์ และ คิดงานให้ลูกค้าเฉพาะเจาะจงแบบ รายบุคคลได้น้อย (หรือเรียกว่าทำการบ้านให้น้อย) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น การเลือกทำแต่สไตล์ที่ตัวเองถนัด แล้วใช้วิธี ชี้นำลูกค้า (ที่มีประสบการณ์น้อยเหมือนกัน) ให้คล้อยตามงาน (ที่คิดมาน้อย) ของตัว หรือ หากลูกค้าบางคนแข็งหน่อยขอแก้ไขมากๆ ก็จะออกแบบให้แย่ลงเรื่อยๆ  เพื่อที่ลูกค้า (ที่บางทีก็รอเวลาจะให้ภาพที่วางไว้ในใจเป็นรูปเป็นร่าง ขึ้นมาจริงๆซักที) รอการแก้งานไม่ไหว ก็จะกลับมาเอาแบบแรก และ จะสรุปได้เร็วขึ้น ( อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของบริษัทที่ชั่วโมงบินน้อย ตีโจทย์ลูกค้าไม่เก่ง และ/หรือ ขาดจรรยาบรรณ )

5.  ทำ 3D ไม่ครบทุกมุม  :  
ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเดาภาพในบางมุมที่มีการตกแต่งอยู่ได้ อันจะนำมาซึ่งปัญหาความเข้าใจและจินตนาการที่ต่างกัน ตามมาภายหลัง เมื่อมีการสั่งผลิตจริง

6.  ไม่มีการรับประกันผลงาน  : 
ขนาดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาไม่กี่พันก็ยังต้องมีรับประกัน แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายราย ที่ไม่ยอมระบุในนิติกรรมสัญญาว่า จะรับผิดชอบผลงานของตนหากเกิดความผิดพลาด อันเนื่องจากการประกอบงาน”  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การรับประกันนี้ ควรจะมี อย่างน้อย ๆ  3 12 เดือน โดยหากเราสังเกตเห็น หรือ ถามถึง เค้าก็จะบอกเพียงว่าอย่างไรก็ต้องตามไปซ่อมให้อยู่แล้วซึ่ง คำว่า ซ่อมให้อยู่แล้วไม่ได้มีผลทาง กฎหมาย หรือ ทางจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น เพราะ สำหรับบางที่เค้าก็มีความเชื่อว่า เมื่อตนทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เก่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องง้อลูกค้าเดิม ถึงอย่างไรก็มีลูกค้าใหม่ที่เห็นสื่อเดินเข้ามาหาอยู่เรื่อยๆ อยู่ดี ข้อนี้จึงต้องแนะนำให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะคนที่ไม่รับผิดชอบเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วงการฯแปดเปื้อนจากการทำธุรกิจแบบไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้ลูกค้าหลายท่านมีประสบการณ์ที่เลวร้าย และ กลายเป็นทัศนคติที่ไม่ดีกับสายวิชาชีพนี้  

7. ทำได้ดีแต่ไม่ครบทุกด้าน  :
7.1 ) สร้างภาพได้ดี   ทำ 3D ได้เหมือน และ อาจจะรู้จักการ Mix & Match วัสดุ แต่กลับไม่รู้เรื่องการผลิต ไม่เคยศึกษาปัญหาหน้างาน ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ด้านอื่นๆ ดีจริงอยู่ในบริษัท เมื่อออกแบบมาแล้ว ช่างที่มีเป็นช่างรับเหมาช่วงประกอบไม่ได้เหมือนกับตอน Design แบบ ทำเสร็จแล้ว ใช้งานได้ไม่สะดวกจริง จนทำให้งานยืดเยื้อจากการแก้ปัญหาหน้างาน และ งบฯของลูกค้าก็อาจบานปลายจากการแก้ไขนั้น โดยเค้าจะอ้างว่า เค้าได้ออกแบบมาแล้ว แต่ลูกค้าเป็นผู้จะขอเปลี่ยนแปลงภายหลังเอง (แม้เปลี่ยนนิดหน่อย) ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นงานเพิ่มเติม (นี่เป็นอีกหนึ่งสูตรสำเร็จของบริษัท ฯ ที่ฝีมือไม่ถึง ประสบการณ์น้อย และ ไม่มีจรรยาบรรณ )
7.2 ) เขียนแบบพอจะได้ หน้างานพอจะดี  อันนี้เป็นแบบลูกผสม แต่ทุกอย่างอยู่แค่ พอ
จะดีแต่ทว่า ยังไม่ได้ดีโดยคนกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในผลพวงจากการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันนี้ ใครบางคนเขียนภาพ 3 มิติบ้าง พอจะทำ Present เป็น ก็สร้างความเข้าใจให้ลูกค้าคิดว่าเป็น นักออกแบบทั้งๆในความเป็นจริง ใครที่เรียนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มา อย่างไรก็ย่อมสามารถ วาดแบบได้ แต่การ ออกแบบที่แท้จริงนั้น จำเป็นต้องมีมากกว่านั้น ทั้งด้านความรู้เฉพาะ, ประสบการณ์ในการทำโจทย์ รวมไปถึง การฝึกฝนและพัฒนา หามุมมองใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
7.3 )  ประกอบงานได้ดี แต่ขาดทักษะการจินตนาการในคิดเรื่อง Style การเลือกวัสดุ
และ การจัดวาง แนะนำลูกค้าไม่ค่อยได้ ทำการนำเสนอผลงานไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าลูกค้าบอกให้ทำอะไรก็พอจะทำได้  ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ บริษัทรับเหมาฯ” หรือ “ช่างรับเหมา” มากกว่าการเป็น บริษัทรับออกแบบและนั่นย่อมไม่ใช่การออกแบบ ที่แท้จริง
         
                 ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสรุปในข้อควรตระหนัก สำหรับเลือกบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ดีและพร้อมจริงในทุกๆ ด้าน และ มีจรรยาบรรณทางธุรกิจ แต่เหนือกว่านั้น ตัวลูกค้าเอง ย่อมต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปกลั่นกรอง และ ผู้วิเคราะห์เลือกบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน  ที่มีมาตรฐาน ในระดับที่เหมาะสมกับงานที่ท่านต้องการด้วยตัวท่านเอง จากองค์ประกอบจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ดังที่กล่าวไป

ขอบคุณข้อมูลจาก marzedesign.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com/


การรออกแบบตกแต่งภายใน เริ่มอย่างไร


ขั้นตอนที่ 1 ขั้นวางแผนของการเริ่มรับออกแบบตกแต่งภายใน
           ในขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่ท่านเจ้าของบ้านจะต้องทำการบ้านมากหน่อย เพราะท่านต้องศึกษาหาข้อมูลมากเป็นพิเศษ เริ่มจาก
1. หาความชอบของตัวเองจะเป็นการดีมาก ถ้าท่านเจ้าของบ้านสามารถรู้ และบอกถึงความต้องการของตนเองได้อย่างชัดเจน ว่าชอบการตกแต่งแบบไหน สไตล์ไหน สีสันประมาณไหน ท่านอาจจะเปิดนิตยสารดูภาพงานออกแบบตกแต่งภายใน แล้วเก็บเป็นไอเดีย หรืออาจจะค้นหาข้อมูลทาง Internet ดูภาพงานออกแบบตกแต่งภายใน จากทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อเก็บเป็นแนวทางที่ท่านชื่นชอบ เพราะในบางกรณี การสื่อสารระหว่าง เจ้าของบ้าน กับดีไซเนอร์ อาจจะพูดกันคนละภาษา คือเข้าใจกันไปคนละทาง พอดีไซเนอร์ออกแบบมาให้ดู ก็ไม่ถูกใจ กลับไปแก้งานหลายครั้ง ก็กลายเป็นเสียเวลาของท่านโดยไม่จำเป็นได้
2. งบประมาณการรับออกแบบตกแต่งภายในการวางแผนงบประมาณในการออกแบบตกแต่งภายในเบื้องต้น ซึ่งเรื่องของงบประมาณการตกแต่งนั้น ก็พูดได้อีกยาว แต่จะขอสรุปแบบคร่าว ๆ ก็คือ งบประมาณการออกแบบตกแต่ง ต่อตารางเมตร ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5,000 - 8,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ ก็ ขึ้นอยู่กับ เกรด และชนิดของวัสดุที่ท่านจะเลือกใช้ด้วย ในบางงาน อาจมีงบประมาณสูงถึง 1 แสนบาท ต่อตารางเมตร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่ประการใด เพราะเรื่องของบ้านช่องที่เราอยู่อาศัยนั้น ต้องถูกใจคนอยู่เป็นประการสำคัญ แต่ไม่ว่าท่านจะมีงบประมาณมากน้อย ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ 
3. ระยะเวลาสำหรับการรับออกแบบตกแต่งภายใน สำหรับบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดมาตราฐาน หรือ ทาวน์เฮาส์ 2-3 ชั้น ทั่วไป ท่านควรจะเพื่อระยะเวลาของการออกแบบตกแต่งภายในไว้ประมาณ 2 - 4 เดือนเป็นอย่างน้อย นับจากวันที่ท่านเริ่มติดต่อบริษัทที่ให้บริการออกแบบตกแต่งภายใน จนถึงวันที่ท่านต้องการย้ายเข้าอยู่ ทั้งนี้ เรื่องระยะเวลา อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญมากนัก เพราะหากท่านมีระยะเวลาที่จำกัดไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ท่านสามารถบอกทางทีมงานผู้ออกแบบตกแต่งภายใน ให้ดำเนินการในกรอบเวลาได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในพื้นฐานของความเป็นไปได้ แต่ถ้าโครงการของท่านมีขนาดใหญ่ หรือมีความซับซ้อน ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาก็อาจจะเริ่มต้นที่ 6 เดือนจนถึง 1 ปีก็เป็นไปได้
ทั้ง 3 ขั้นตอนดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ท่านเจ้าของบ้าน น่าจะมีเอาไว้ในใจ เพื่อให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้อย่างราบรื่น ถ้าหากท่านติดขัด หรือสงสัยประการใด ท่านสามารถโทรเข้ามาขอรับคำปรึกษาจากทางทีมงาน R.C.Interior Design ได้ และเราพร้อมให้ความช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่ 
 ขั้นตอนที่ 2 ปรึกษาผู้ออกแบบ
นัดหมายผู้ออกแบบให้ไปพบท่านที่บ้าน หรือที่ไซต์งาน เพื่อเริ่มดำเนินการออกแบบตกแต่งภายในโครงการของท่าน โดยผู้ออกแบบจะทำความเข้าใจกับ ความต้องการต่าง ๆ ของท่าน มีการพูดคุยซักถามถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ดูสภาพหน้าไซต์งาน วัดที่หน้างาน หรือรับแบบแปลนจากท่าน จากนั้นผู้ออกแบบจะประเมินความเป็นไปได้ และนำเสนอโครงการเบื้องต้นแก่ท่าน ซึ่งได้แก่แบบโดยคร่าว ระยะเวลาการออกแบบ และการตกแต่ง และงบประมาณโดยคร่าว และคำแนะนำต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงการออกแบบตกแต่งภายในของท่าน ซึ่งข้อมูลโครงการที่นำเสนอโดยผู้ออกแบบ จะเป็นกรอปการทำงานในขั้นตอนต่อไป 
ขั้นตอนที่ 3 เริ่มต้นออกแบบ งานรับออกแบบตกแต่งภายใน
ในขั้นตอนนี้ ผู้ออกแบบจะนำเสนองานแก่ท่านเจ้าของบ้าน เป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้งานดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ โดยท่านเจ้าของบ้านจะได้รับรู้ถึงรายละเอียดการออกแบบทุกขั้นตอน
3.1 ผู้ออกแบบนำเสนอแบบการจัดวาง การกำหนดพื้นที่ใช้สอย และแนวคิดการออกแบบ  ในขั้นตอนนี้อาจจะมีการปรับแก้ 2-3 ครั้ง
3.2 เมื่อได้รับอนุมัติ การจัดวางพื้นที่ใช้สอยแล้ว ผู้ออกแบบจะนำเสนอภาพทัศยภาพ 3 มิติ (Interior 3D Rendering) แก่ท่านเจ้าของบ้าน โดยท่านจะสามารถเห็นภาพบ้านของท่านในรูปแบบสมจริง ทั้งแสง-สี วัสดุ และมุมมอง และรวมไปถึงการนำเสนอ งบประมาณการตกแต่ง โดยคร่าว ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้น หรือลง จาก วัสดุ หรือรูปแบบที่เปลี่ยนไป
3.3 เมื่อท่านอนุมัติแบบ 3 มิติแล้ว ผู้ออกแบบ จะทำการถอดรายละเอียดแบบออกมาเป็นแบบก่อสร้าง พร้อมทั้งถอดรายละเอียดงาน และปริมาณวัสดุ (BOQ : Bill of quantity) เพื่อให้ท่านทราบถึงรายละเอียดปลีกย่อยของงานตกแต่งทั้งหมด และนำเสนอราคาค่าก่อสร้างจริง ที่ถูกต้องแก่ท่าน และพร้อมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 เข้าดำเนินการรับออกแบบตกแต่งภายใน
เมื่อท่านเซ็นต์สัญญาการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนนี้ ทีมงานก่อสร้างจะเข้าดำเนินการก่อสร้างตามขั้นตอน และตามหลักวิชาการที่เป็นมาตราฐาน ซึ่ง R.C.Interior Design มีทีมช่างฝีมือครบทุกสาขาของงานออกแบบตกแต่งภายใน และผู้ความคุมงานที่มีคุณภาพ ท่านสามารถให้ความไว้วางใจทีมงานของเราดำเนินการในขั้นตอนนี้ จนแล้วเสร็จ ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างนั้น จะมีขั้นตอนปลีกย่อยต่าง ๆ ที่จะให้ท่าน และผู้ออกแบบ มาตรวจเช็คเป็นระยะ เช่น งานไม้ งานสี งานเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว งานระบบไฟฟ้า งานระบบประปา งานปูน งานทุบรื้อ งานฝ้าเพดาน งานพื้น งานประตู-หน้าต่าง งานผ้าม่าน และอื่น ๆ โดยทาง R.C.Interio Design มีการรับประกันผลงานตามตกลงในสัญญา 
ขั้นตอนที่ 5 เก็บงาน ตกแต่งขั้นสุดท้าย พร้อมเข้าอยู่
ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการเข้าอยู้ ผู้ออกแบบจะให้คำแนะนำแก่ท่าน ในเรื่องของการตกแต่งขั้นสุดท้าย เช่นการจัดวางของตกแต่งต่าง ๆ (Prop) การติดรูปตกแต่ง หรือนำชมสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่น่าสนใจ และจะคอยดูแลท่านจนกว่าท่านจะย้ายเข้าอยู่ ทั้งนี้เพื่อความพอใจสูงสุดของท่านเจ้าของบ้าน ทีมงานผู้ออกแบบ และทีมงานก่อสร้าง 
 ขอบคุณข้อมูลจาก  ออกแบบตกแต่ง.net                                                                                                                                                    และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่  http://www.emperord1.com/


ขั้นตอนการรับออกแบตกแต่งภายใน


ขั้นตอนการรับออกแบบตกแต่งภายใน เป็นอย่างไร?
        หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ขั้นตอนการให้บริการรับออกแบบตกแต่งภายใน เขาทำกันอย่างไร 
มีขั้นตอนไหนบ้าง และสรุปรายละเอียดกันอย่างไร บทความนี้จะทำให้ท่านได้ทราบข้อมูลเบื้องต้น 
ของขั้น ตอนการให้บริการรับออกแบบตกแต่งภายใน สิ่งที่ท่านควรรู้ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ

1.กำหนดขอบเขตการให้บริการการรับออกแบบตกแต่งภายใน (Interior design scope)
ขั้นตอนนี้ ผู้ออกแบบกับเจ้าของงานจะพูดคุยปรึกษากันในขอบเขตของ งานที่จะทำ และงานที่เกี่ยวข้อง
การรับออกแบบตกแต่งภายใน โดยงานที่เกี่ยวข้องก็มีดังนี้


  • การออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายใน
  • การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และเฟอร์นิเจอร์บิลด์อินน์
  • การออกแบบพื้น และผนัง
  • งานฝ้าเพดาน
  • งานไฟฟ้า และแสงสว่างภายใน
  • งานระบบประปา เช่นการกำหนด จุดติดตั้งและตำแหน่งใช้งาน
  • งานผ้าม่าน
  • งานประตู-หน้าต่าง
  • งานครัว การจัดวางอุปกรณ์ครัว
  • ขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วนงานประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่งานออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญพิเศษแขนงอื่น ๆ ซึ่งไม่รวมอยู่ในการออกแบบตกแต่งภายในได้แก่
  • การสำรวจสภาพที่ตั้ง, ชั้นดิน, พื้นผิวดิน, การรังวัดขอบเขตที่ดิน และระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่ 
  • ค่าใช้จ่าย หรือการบริการในการดำเนินการขออนุญาติปลูกสร้างอาคารกับหน่วยงานราชการ
  • การบริหารงานก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้าง
  • การออกแบบวิศวกรรมระบบปรับอากาศ
  • การออกแบบไฟฟ้ากำลัง และระบแสงสว่างชนิดพิเศษอื่น ๆ
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญการจัดอุปกรณ์ครัว เช่นงานโรงแรม และร้านอาหาร
  • การวิเคราะห์โครงการ ด้านการตลาด และการลงทุน
  • งานวิศวกรรมโครงสร้าง
  • งานวิศวกรรมระบบสุขาภิบาล
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสวน หรือ Landscape
  • งานออกแบบสถาปัตยกรรม
  • งานที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญแขนงอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในขอบเขตการให้บริการ

2.ขั้นตอนการดำเนินงานการรับออกแบบตกแต่งภายใน
2.1 การออกแบบร่างขั้นต้น (Schemetic ,Sketch Design)หลังจากสรุปขอบเขตของหารให้บริการเรียบร้อยแล้ว ผู้ออกแบบจะนำเสนอแบบร่างขั้นต้น เช่นการจัดวางพื้นที่ใช้สอย ประกอบภาพตัวอย่าง เพื่อให้เจ้าของงานพิจารณา ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงแก้ไขในขั้นตอนนี้ 2-3 ครั้ง หลังจากได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้ออกแบบจึงจะดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป2.2 การออกแบบขั้นพัฒนาขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบจะนำเสนอภาพทัศนียภาพ 3 มิติ  แก่เจ้าของงาน เพื่อแสดงรายละเอียดของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ การจัดวางระบบไฟแสงสว่าง เห็นภาพบรรยากาศโดยรวมทั้งหมด รายละเอียดการใช้สี ชนิดของวัสดุ การประเมินราคาโดยคร่าว (Rough estimate cost) เพื่อจอรับการอนุมัติจากเจ้าของงาน และดำเนิงานในขั้นตอนต่อไป2.3 การทำแบบรายละเอียดและเอกสารประกอบการรับออกแบบตกแต่งภายใน
ผู้ออกแบบจะจัดทำรายละเอียดแบบก่อสร้าง ตามหลักมาตราฐาน และรายละเอียดประกอบแบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินการตกแต่งภายใน เช่น รายละเอียด และปริมาณวัสดุ (BOQ : Bill of quantity) แผนการดำเนินการตกแต่งภายใน  พร้อมทั้งนำเสนอราคางบประมาณของการดำเนินการออกแบบตกแต่งภายใน ที่ปรับปรุงให้ถูกต้องตามราคาปัจจุบัน เพื่อให้เจ้าของงาน อนุมัติและเริ่มเข้าดำเนินการตกแต่งภายในได้3. ระหว่างการดำเนินการรับออกแบบตกแต่งภายใน
ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง และตกแต่งภายใน ผู้ออกแบบจะคอยให้คำปรึกษา แก่ท่านเจ้าของบ้าน และดูแลควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแผน และวิธิปฏิบัติที่ถูกต้องได้มาตราฐาน เพื่อให้ได้คุณภาพและความสมบูรณ์แบบของงานตามหลักวิชาชีพ ตรวจแบบ และ/หรือ แก้ไขตามความจำเป็น จนกว่างานจะแล้วเสร็จขั้นตอนการออกแบบตกแต่งภายใน ก็มีรายละเอียดขั้นตอนโดยคร่าวดังที่แสดงไปข้างต้น ซึ่งในทางปฏิบัติจริง ก็อาจจะมีการปรับวิธีและขั้นตอนปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความเป็นจริง เพื่อให้งานออกแบบตกแต่งภายใน บรรลุวัตถุประสงค์ ในเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้


ขอบคุณข้อมูลจาก  ออกแบบตกแต่ง.net
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่  http://www.emperord1.com

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข้อผิดพลาดหลักๆที่พบบ่อยในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน

10 ข้อที่ผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ในการรับออกแบบตกแต่งภายในคืออะไีร และเพราะอะไรเป็นตัวตัดสินว่ามันเป็นสุดยอดข้อผิดพลาด 10 อันดับ สิ่งเหล่านี้สามารถที่จะป้องกันได้เพียงแค่คุณใช้เวลาเตรียมการ การรับออกแบบตกแต่งภายในเพียงเล็กน้อยในการเตรียมตัวก่อนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์
  1. ลืมวัดขนาดของเฟอร์นิเจอร์ในการรับออกแบบตกแต่งภายใน
    สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก่อนที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ก็คืออย่าละเลยที่จะวัดขนาดของห้องหรือพื้นที่ๆจะขนของเพื่อดูหรือเลือกซื้อว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่จะพอดีกับขนาดของห้องของเราหรือไม่ หรือจะขนย้ายได้หรือเปล่า คุณจะต้องไม่พลาดว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกซื้อไปหลายต่อหลายชิ้นนั้นไม่สามารถที่จะนำเข้าไปจัดแต่งบ้านได้เลย เพราะเจ้าของบ้านลืมหรือไม่ได้วัดขนาดเฟอร์นิเจอร์และยังไม่ได้ตรวจสอบขนาดของห้องโถง บันได ประตู และลิฟท์ก่อน
  2. ไม่ได้สนใจหรือละเลยมาตราส่วน
    โซฟา หรือชุดรับแขกอาจจะดูเหมาะสมหรือใช่เลย เมื่อขณะที่อยู่ในร้าน แต่มันอาจจะใหญ่หรือเล็กเกินไปเมื่ออยู่ในห้องของคุณ มันตัดสินใจได้ยากเมื่อคุณดูภาพหรือเห็นมันในโชว์รูม นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงว่าเฟอร์นิเจอร์ตัวใหม่จะมีขนาดเข้ากันได้กับเฟอร์นิเจอร์ที่คุณมีอยู่ก่อนแล้วหรือไม่
  3. ให้ความสนใจเรื่องของสี
    คุณควรจะพิจารณาและนำสีตัวอย่างของบ้านหรือหมอนไปเปรียบเทียบดูว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ชิ้นนั้นมาอยู่ในบ้านของคุณ และถ้าเลือกซื้อจากอินเตอร์เน็ต ควรระมัดระวังเรื่องสีด้วยว่าสีของโซฟาบนจอคอมพิวเตอร์ย่อมแตกต่างหรือเพื้ยนไปจากโซฟาของจริง ขอตัวอย่างผ้าหุ้มเบาะไปจากร้านไปด้วยเพื่อนำไปเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
  4. ในการรับออกแบบตกแต่งภายในอย่าให้ความสนใจเรื่องแฟชั่นมากจนเกินไป
    สิ่งที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งคือ คุณจะต้องเกิดความรู้สึกสบายและคุ้มค่าเงินที่เสียไปเนิ่นนาน นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แฟชั่นอาจจะมาเร็วไปเร็ว ดังนั้นควรที่จะมองข้ามความตื่นเต้นเหล่านั้นไปอีกสักพัก 1 – 3 เดือน แล้วซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่คุณคิดว่าใช่จริงๆ อีกทั้งยังจะดูดีไปตลอดหลังจากผ่านเวลาไปหลายปี
  5. พิจารณาว่าใครที่จะเป็นผู้ใช้เฟอร์นิเจอร์
    ก่อนที่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ให้มั่นใจว่าคุณรู้วิธีใช้มัน และใครจะเป็นคนใช้มัน ถ้าคุณลืมปัจจัยเรื่องสัตว์เลี้ยง เด็กเล็ก หรือการเพลิดเพลินกับขนมขณะดูทีวี มันอาจนำไปสู่หายนะได้ โซฟาสีขาวครีมอันสวยหรูอาจจะไม่เหมาะกับมือที่เป็นมัน หรืออุ้งเท้าของแมวและหมาที่เต็มไปด้วยความสกปรก โต๊ะกาแฟที่สวยหรู ทีมีการเคลือบผิวเพียงพอประมาณ อาจไม่สวยไปได้นาน หากมีใครสักคนชอบเอาเท้าไปวางบนมัน
  6. ก่อนที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ควรทดสอบ
    เมื่อเลือกซื้อโซฟาหรือเก้าอี้เอนนอนคุณควรที่จะต้องตรวจสอบมันเสมอ และจะต้องตรวจคุณภาพของมัน ว่าตรงตามความต้องการของเราหรือไม่ มันจะเป็นอย่างไรถ้าเก้าอี้ที่ดูมดีมีสไตล์เกิดนั่งไม่สบายขึ้นมาแล้วคุณก็ไม่คิดหรืออยากที่จะนั่งมันอีกเลย เฟอร์นิเจอร์ควรจะเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งที่อำนวยความสะดวกและสร้างความรู้สึกสบายให้กับชีวิต ดังนั้นควรที่จะทดลองนั่งโซฟาในร้านในแบบที่คุณคุ้นเคยที่จะนั่งมันในบ้าน หรือทดสอบหรือลองเปิดปิดลิ้นชักต่างๆเพื่อดูว่าการทำงานของมันดีหรือไม่
  7. ซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยความต้องการมากกว่าความจำเป็น
    ข้อนี้เป็นข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่มากในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพราะบางครั้งราคาของมันดึงดูดใจทำให้ไม่สามารถที่จะลังเล และในบางครั้งเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นก็ดูดีมากเสียจนเกิดความอยากได้ หรือบางครั้งก็รีบด่วนตัดสินใจเพียงเพราะต้องจัดห้องเพื่อต้อนรับแขกที่ใกล้จะมา จงใช้เวลาวิเคราะห์ความจำเป็นก่อนที่จะด่วนตัดสินใจและเกิดความผิดพลาดเพียงเพราะเกิดความต้องการ
  8. ถามความคิดเห็นจากคนอื่นมากเกินไป
    เวลาคุยหรือขอความเห็นกับคนหลายคน จะพบว่ามันยากที่จะตัดสินใจเพราะต่างคนต่างความคิดเห็นและมุมมองประโยชน์ใช้สอยของแต่ละคน ถ้ามีคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หลายคน แต่ถ้าไม่อยากไปคนเดียว เลือกคนที่สำคัญที่สุดกว่าคนอื่น หรือคนที่สามารถตัดสินใจและให้คำแนะนำได้ว่าที่คุณเลือกนั้นเหมาะสมหรือไม่
  9. ไม่ขอความช่วยเหลือจนมากเกินไป
    เมื่อพนักงานขายที่ร้านคอยดูและเพื่อช่วยเหลือคุณ พวกเขาจจะให้ข้อเสนอ และคำแนะนำต่างๆ แก่คุณแต่ท้ายสุดการตัดสินใจควรอยู่ที่คุณ อย่างไรก็ตามควรทำการบ้านหรือหาข้อมูลไปด้วยบ้างเพราะการที่จะรับฟังข้อเสนอและคำแนะนำต่างๆจากพนักงานขายนั้นอาจจะไม่ใช่เหตุผลในการตัดสินใจเลือกซื้อที่ดีที่สุด
  10. อย่าเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเกินไป
    เวลาซื้อเฟอร์นิเจอร์มีหลายวิธีที่จะทำให้ประหยัดเงินอาทิเช่น คุณจะต้องพบและพูดคุยกับพนักงานขายคนที่คุณจะสามารถต่อรองด้วยและต้องถามถึงส่วนลดพิเศษ หรือโปรโมชั่นต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อซื้อหลายชิ้นเป็นชุดหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพงมากๆ หรือถ้าไม่รีบร้อนจนเกินไปให้เปรียบเทียบกับรายอื่นๆหรือรอให้ทางผู้ผลิตจัดโปรโมชั่นตามเทศกาลต่างๆ                                                                                                                                                                                                                                                 ขอบคุณข้อมูลจาก รับออกแบบตกแต่งภายใน.net                                                                                  และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com

แนวโน้มรับออกแบบตกแต่งภายใน

            


           ในปัจจุบัน บริษัทที่มีการให้บริการ รับออกแบบตกแต่งภายใน นั้นมีมากขึ้นเพื่อรองรับปริมาณของคนที่ต้องการ จะว่าจ้าง เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ในเวลานี้ถือได้ว่ามี แนวโน้มที่มีขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะไปทางไหนเพื่อนๆลองสังเกตุได้จาก ตึกออฟฟิศ ตึกคอนโดที่ขึ้นกันเรียกว่าทุกถนนกันเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากยุคสมัยก่อนเป็นอย่างมาก ที่เราจะสามารถเห็นได้ตามถนนสายหลักธุรกิจเพียงท่านั้น ดังนั้นนักธุรกิจทางด้านให้บริการ รับออกแบบตกแต่งภายใน จึงเติบโตมากขึ้น และมีบริษัททั้งในและต่างประเทศที่ เปิดให้บริการและให้คำปรึกษาผู้บริโภคอย่างเยอะแยะ ซึ่งจากจุดนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้บริโภค เพราะสามารถได้เลือกบริษัทหรือองค์กรที่ให้บริการ รับออกแบบตกแต่งภายใน กันได้อย่างเต็มที่ สามารถวิเคราะห์ ทั้งในเรื่องของงบประมาณการออกแบบ หรือรวมไปถึงสไตล์ในการทำงาน ของแต่ละบริษัทมีความถนัด และตรงกับผู้บริโภคได้มากที่สุด ซึ่งถือว่าได้ผลที่ดีกับทั้งสองฝ่าย เพราะทางเจ้าของบ้านก็ได้รูปแบบการบริการ ออกแบบตกแต่งภายใน ที่ตรงดั่งใจต้องการ นักออกแบบ ก็ได้ทำงานในงานที่ตนเอ ง ถนัดและชื่นชอบ และคุณภาพของงาน ที่ได้รับมอบหมายก็ออกมาสมบูรณ์อีกด้วย หากนับย้อนไปในอดีตก็ถือได้ว่าบริษัทที่ให้บริการ รับออกแบบตกแต่งภายใน  มักที่จะรับงานทุกชนิด เพียงเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ทำให้งานดีไซน์จึงออกมาไม่ดี หากเทียบกับยุคปัจจุบันนี้ 

ขอบคุณข้อมูลจาก  รับออกแบบตกแต่งภายใน.net
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน

        บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน

           บริษัทที่ให้บริการ รับออกแบบตกแต่งภายใน ในเวลานี้ต่างให้ความสนใจ และหันมามองด้านการตลาดในโลกอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น เพราะในยุคดิจิตอลแบบนี้ กลุ่มลูกค้าต่างๆ มักที่จะให้ความสำคัญในการค้นหาข้อมูล ดูผลงานทางด้านการออกแบบของแต่ละบริษัทผ่านทาง หน้าเว็บไซต์ ก่อนที่จะทำการติดต่อ หรือ ว่าจ้างให้ รับออกแบบตกแต่งภายใน บ้านพัก หรือออฟฟิศ หรือสถานที่ต่างๆที่ทางลูกค้าต้องการนั่นเอง ก็นับได้ว่า เว็บไซต์ ก็เปรียบเสมือน โชว์รูม อีกแห่งหนึ่ง ของแต่ละบริษัท ที่จะทำการ Present และ โชว์ผลงาน หรือ ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ลูกค้า ที่ผ่านเข้ามาดู หรือมาหาข้อมูลในด้านการออกแบบต่างๆนั่นเอง จุดนี้เอง ทำให้บริษัทหลายๆแห่ง ต่างเริ่มหันมาทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ ธุรกิจทางด้านงาน  รับออกแบบตกแต่งภายใน ของตนเอง กันมากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าในโลกไซเบอร์นั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ทำให้โอกาสที่ผู้บริโภคต่างๆ สนใจและค้นคว้าหาข้อมูล มีมากตามไปด้วย หากแต่ละบริษัทมีเป้าหมายและสามารถประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของตนเอง ได้เป็นอย่างดีแล้ว โอกาสธุรกิจ ก็จะมีการเติบโตสูงตามไปด้วย จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมปัจจุบันนี้กลุ่มลูกค้าต่างๆ ของแต่ละบริษัทที่เข้ามาว่าจ้างงานทางด้าน  รับออกแบบตกแต่งภายใน  ล้วนแล้วมาจากในโลกอินเตอร์เน็ตเยอะมากขึ้น เพราะโลกเทคโนโลยีมีการเติบโตมากขึ้น การแข่งขันในโลกของธุรกิจก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย หากบริษัทไหนไม่อัพเดทในเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ ก็คงจะพลาดโอกาสดีๆในช่องทางเหล่านี้ไปได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://รับออกแบบตกแต่งภายใน.net
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.emperord1.com